Oo~About us~oO

รูปภาพของฉัน
เราพร้อมที่จะทำงานเพื่อฟื้นฟูอิสลามภายใต้พันธกิจที่ว่า"จงมุ่งมั่นสู่การปฏิรูปตนเอง และเรียกร้องเชิญชวนผู้อื่นสู่การยอมจำนนต่ออัลลอฮฺ"

วันศุกร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2552

กุนูตนาซิละฮฺ (กุนูตุนนะวาซิล)


الحَمْدُ لله حَمْدًا يَلِيْقُ بِجَلالِ وَجْهِهِ وَعَظِيْمِ سُلْطَانِهِ
การสรรเสริญเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ เป็นการสรรเสริญที่คู่ควรกับความสง่างาม
แห่งพระพักตร์ของพระองค์ และความยิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่นใดแห่งอำนาจของพระองค์
กุนูตนาซิละฮฺ
กุนูตนาซิละฮฺ (กุนูตุนนะวาซิล)
เป็นการกุนูตวิงวอนในสถานการณ์ที่เกิดปัญหากับประชาชาติอิสลาม พี่น้องมุสลิมเดือดร้อน เป็นการขอ ให้มุสลิมอยู่ในความปลอดภัย และกุนูตขอ เพื่อสาปแช่งให้เกิดความพินาศแก่ผู้อธรรม หรือคนชั่วนั้นๆ
“กุนูตุนนะวาซิล” (กุนูตวิกฤต) คือ กุนูตในสถานการณ์ที่เกิดปัญหากับประชาชาติอิสลาม เมื่อพี่น้องมุสลิมเดือดร้อน ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม บัญญัติให้อิมามรณรงค์ขอดุอาอฺในการละหมาดทุกวักตู (ถ้าทำได้) หรือเลือกบางวักตูก็ได้ โดยการกุนูตก่อนหรือหลังรุกัวอฺในร็อกอะฮฺสุดท้าย ขอดุอาอฺให้อัลลอฮฺช่วยเหลือพี่น้องมุสลิมและลงโทษผู้อธรรม บทดุอาอฺมีดังนี้

الحَمْدُ للهِ حَمْدَاً طَيِّبَاً كَثِيْرَاً مُبَارَكَاً فِيْهِ مِلأَ السَّمَوَاتِ وَالأرْضِ وَمِلأ مَا بَيْنَهُمَا وَمِلأ مَا شِئْتَ مِنْ شَيْءٍ بَعْدُ أَهْلَ الثَّنَاءِ وَالمَجْدِ أَحَقُّ مَا قَالَ العَبْدُ وَكُلُّنَا لَكَ عَبْدٌ
การสรรเสริญเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ เป็นการสรรเสริญที่ดีอย่างมากมาย เป็นศิริมงคลในการสรรเสริญ นั้น ซึ่งบรรดาการสรรเสริญที่เต็มท้องฟ้าทั้งหลายและเต็มแผ่นดิน และเต็มสิ่งที่อยู่ในระหว่างมันทั้งสอง และเต็มทั่วสิ่งที่พระองค์ทรงประ สงค์หลังจากนั้น พระผู้ทรงสมควรยิ่งแก่มวลการสรรเสริญ และทรงเกียรติยศ พระองค์ทรงเหมาะสมยิ่งแล้วที่บ่าวได้ พรรณาไว้ และพวกข้าพระองค์ทุกคนนั้นเป็นบ่าวของพระองค์

اللَّهُمَّ لا مَانِعَ لِمَا أَعْطَيْتَ وَلا مُعْطِيَ لِمَا مَنَعْتَ وَلا يَنْفَعُ ذَا الجَدِّ مِنْكَ الجَدُّ
โอ้อัลลอฮฺ ! ไม่มีใครจะขัดขวาง ในสิ่งที่ พระองค์ทรงประทานให้ และไม่มีใครจะให้ได้ในสิ่งที่พระองค์ทรงขัดขวาง ความยิ่งใหญ่และความมั่งคั่งจะไม่ก่อประโยชน์แก่ผู้ยิ่งใหญ่และผู้มั่งคั่งให้พ้นจากการลงโทษของพระองค์ได้เลย

اللَّهُمَّ صَلِّ عَلَى مُحَمَّدٍ وَعَلَى آلِ مُحَمَّدٍ كَمَا صَلَّيْتَ عَلَى إِبْرَاهِيْمَ وَعَلَى آلِ إِبْرَاهِيْمَ ، إِنَّكَ حَمِيْدٌ مَجِيْدٌ ،
โอ้อัลลอฮฺ ! ขอได้โปรดประทานพรแก่มุฮัมมัด และวงศ์วานของมุฮัมมัด เช่นเดียวกับที่ได้ทรง
ประทานพรแก่อิบรอฮีมและวงศ์วานของอิบรอฮีมมาแล้ว แน่แท้พระองค์เป็นผู้ทรงได้รับการสรรเสริญยิ่ง
และทรงไว้ซึ่งเกียรติอันสูงศักดิ์

اللَّهُمَّ بَارِكْ عَلَى مُحَمَّدٍ وَعَلَى آلِ مُحَمَّدٍ كَمَا بَارَكْتَ عَلَى إِبْرَاهِيْمَ وَعَلَى آلٍ إِبْرَاهِيْمَ إِنَّكَ حَمِيْدٌ مَجِيْدٌ
โอ้อัลลอฮฺ ! ขอได้โปรดประทานความศิริมงคลแด่มุฮัมมัด และวงศ์วานของมุฮัมมัด เช่นเดียวกับที่พระองค์ได้ประทานความศิริมงคลแก่อิบรอฮีมและวงศ์วานของอิบรอ ฮีมมาแล้ว
แน่แท้พระองค์เป็นผู้ทรงได้รับการสรรเสริญยิ่งและทรงไว้ซึ่งเกียรติอันสูง ศักดิ์



اللَّهُمَّ أَعِزَّ الإسْلامَ وَانْصُرِ المُسْلِمِيْنَ .
โอ้อัลลอฮฺ ! ขอพระองค์ทรงเทิดเกียรติให้ แก่อิสลาม และช่วยเหลือสนับสนุนบรรดามุสลิมีน

اللَّهُمَّ أَذِلَّ الشِّرْكَ وَالمُشْرِكِيْنَ ، وَادْفَعْ كَيْدَ الكَائِدِيْنَ .
โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์ทรงลดเกียรติและความต่ำต้อยแก่การตั้งภาคีและบรรดาผู้ตั้งภาคีกับพระองค์
และทรงกำจัดการวางแผนชั่วร้ายของบรรดานักวางแผนที่ชั่วร้าย

وَارْفَعْ بِعِزَّتِكَ رَايَتَيِ الحَقِّ والدِّيْن
และด้วยเกียรติศักดิ์ของพระองค์ ขอพระองค์ ทรงเชิดชูสัญลักษณ์แห่งสัจธรรมและศาสนาของพระองค์

اللَّهُمَّ مَنْ أَرَادَ الإسْلامَ والمُسْلِمِيْنَ بِخَيْرٍ فَََوَفِّقْهُ لِكُلِّ خَيْرٍ ،
โอ้อัลลอฮฺ ! ผู้ใดที่ปรารถนาความดีให้แก่อิสลามและบรรดามุสลิมีน ขอพระองค์ทรงประทานความสำเร็จ
ให้แก่เขาในทุกๆความดี

وَمَنْ أَرَادَ الإسْلامَ والمُسْلِمِيْنَ بِشَرٍّ وَسُوْءٍ فَاجْعَلْ كَيْدَهُ فِيْ نَحْرِهِ وَاجْعَلْ تَدْبِيْرَهُ فِيْ تَدْمِيْرَهُ وَأَهْلِكْهُ كَمَا أَهْلَكْتَ
كُلَّ الجَبَابِرَةٍ الكَافِرِيْنَ
และผู้ใดที่ปรารถนาความชั่วร้ายและความเสียหายแก่อิสลามและบรรดามุสลิมีน ขอพระองค์ทรงทำให้การวางแผนชั่วร้ายของเขากลับไปสู่ตัวของเขา และทรงทำให้การวางแผนร้ายของเขาเป็นการทำลายเขา และนำความหายนะไปสู่เขา
เสมือนกับที่พระองค์ได้ทำลายล้างและความหายนะกับทุกๆคนที่แสดงความโอหังในหมู่ผู้ปฏิเสธศรัทธามาก่อนแล้ว

اللَّهُمَّ انْصُرْ مَنْ نَصَرَ الدِّيْنَ ، واخْذُلْ مَنْ خَذَلَ الدِّيْنَ
โอ้อัลลอฮฺ ! ขอพระองค์ทรงช่วยเหลือสนับสนุนแก่ผู้ที่ช่วยเหลือสนับสนุนศาสนาของพระองค์
และทรงปราบปรามผู้ที่มุ่งร้ายต่อศาสนาของพระองค์

اللَّهُمَّ لا تَجْعَلْ لِلْكَافِرِيْنَ عَلَى المُؤْمِنِيْنَ سَبِيْلا ،
และทรงทำให้บรรดาผู้ศรัทธามีอำนาจเหนือพวกปฏิเสธศรัทธา

وَاجْعَلْ لِلْمُؤْمِنِيْنَ عَلَى الكَافِرِيْنَ سُلْطَانَاً مُبِيْنَاً
โอ้อัลลอฮฺ ! ขอพระองค์ทรงอย่าให้พวกปฏิเสธศรัทธามีอำนาจเหนือบรรดาผู้ศรัทธาต่อพระองค์

اللَّهُمَّ انْصُرِ المُسْتَضْعَفِيْنَ مِنَ المُؤْمِنِيْنَ فِيْ كُلِّ مَكَان
โอ้อัลลอฮฺ ! ขอพระองค์ทรงช่วยเหลือสนับสนุนบรรดาผู้ศรัทธาที่อ่อนแอในทุกสถานที่



اللَّهُمَّ فَرِّجْ هَمِّ المَهْمُوْمِيْنَ وَنَفِّسْ كَرْبَ المَكْرُوْبِيْنَ
โอ้อัลลอฮฺ ! ขอพระองค์ทรงคลี่คลายความวิตกกังวลของบรรดาผู้ที่มีความวิตกกังวล และทรงช่วยเหลือ
พวกเขาให้พ้นจากความเศร้าโศกเสียใจ

وَنَجِّ المُسْتَضْعَفِيْنَ مِنَ المُسْلِمِيْنَ فِيْ كُلِّ مَكَانٍ يَا أَرْحَمَ الرَّاحِمِيْنَ
และทรงช่วยเหลือบรรดามุสลิมีนผู้อ่อนแอในทุกสถานที่ให้พ้นจากความวิตกกังวลและความเศร้าโศกเสียใจ
โอ้พระผู้ทรงเมตตายิ่ง!

اللَّهُمَّ أَهْلِكْ أَعْدَاءَ الدِّيْنَ فَإِنَّهُمْ لا يُعْجِزُْونَكَ
โอ้อัลลอฮฺ ! ขอพระองค์ทรงทำลายล้างบรรดาศัตรูศาสนาของพระองค์ให้ประสบความหายนะ
เพราะพวก เขาจะไม่มีอำนาจเหนือพระองค์

الَّلهُمَّ أَهْلِك الظَّّالِمِيْنَ بِالظَّالِميْنَ وَأَخْرِجِ الْمُؤْمِنِينَ مِنْ بَيْنِ أَيْدِيْهِم سَالِمِيْن
โอ้อัลลอฮฺ ! ขอพระองค์ทรงทำลายล้างบรรดาผู้อธรรมด้วยบรรดาผู้อธรรมเอง และทรงให้บรรดาผู้ศรัทธา
รอดพ้นจากน้ำมือของพวกอธรรมเหล่านั้นด้วยความปลอดภัยเทอญ


اللَّهُمَّ انْصُرْ المُجَاهِدِيْنَ فِيْ أَفْغَانِسْتَانَ وَفِيْ فِلَسْطِيْنَ وَفِيْ الشِّيْشَانَ وَالفِّلِبِّيْنَ وَكِشْمِيْرَ وَفِيْ كُلِّ مَكَانٍ يَا أَرْحَمَ الرَّاحِمِيْنَ
โอ้อัลลอฮฺ ! ขอพระองค์ทรงช่วยเหลือสนับสนุนบรรดาผู้เสียสละในหนทางของอัลลอฮฺในอัฟกานิสถาน ในปาเลสไตน์ ในเชชเนีย ในฟิลิปปินส์ ในแคชเมียร์ และในทุกสถานที่ โอ้พระผู้ทรงเมตตายิ่ง ! (ระบุสถานที่)

اللَّهُمَّ أَنْزِلْ نَصْرَكَ وَمَدَدَكَ إِلَهَنَا إِلَهَ الحَقِّ عَلَى المُجَاهِدِيْنَ فِيْ كُلِّ مَكَان
โอ้อัลลอฮฺ ! ขอพระองค์ทรงประทานความช่วยเหลือและกำลังหนุนของพระองค์ให้แก่บรรดาผู้
ต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮฺในทุกๆสถานที่ โอ้พระเจ้าของเรา ! พระเจ้าแห่งสัจธรรม ! !

اللَّهُمَّ إِنُّهُمْ ضُعَفَاءُ فَقَوِّهِمْ . وَجِيَاعٌ فَأَطْعِمْهُمْ . وَعِطَاشٌ فَاسْقِهِمْ .
โอัอัลลอฮฺ ! พวกเขาเหล่านั้นเป็นผู้อ่อนแอ ขอพระองค์ทรงเสริมกำลังให้พวกเขาแข็งแรง และพวกเขากำลังหิวโหย ขอพระองค์ทรงประทานปัจจัยให้พวกเขาอิ่มเอิบ และพวกเขากำลังกระหายน้ำ ขอพระองค์ทรงประทานน้ำให้พวกเขาดื่ม

وَعُرَاةٌ فَاكْسُهُمْ . وَمُسْتَضْعَفُوْنَ فَانْصُرْهُمْ
และพวกเขากำลังขาดแคลนเครื่องนุ่งห่ม ขอพระองค์ทรงประทานเครื่องนุ่งห่มให้แก่พวกเขา
และพวกเขากำลังอยู่ในสภาพอ่อนเพลีย ขอพระองค์ทรงประทานความช่วยเหลือแก่พวกเขา


اللَّهُمَّ إِنَّا نَسْتَنْزِلُ نَصْرَكَ الَّذِيْ نَصَرْتَ بِهِ نَبِيَّكَ وَرَسَوْلَكَ وَأَوْلِيَاءَكَ الصَّالِحِيْن
โอ้อัลลอฮฺ ! แท้จริงพวกเราขอความเอื้อเฟื้อจากความช่วยเหลือของพระองค์ ซึ่งพระองค์ได้ให้ความช่วย เหลือแก่นะบี
และร่อซูล ตลอดจนบรรดามิตรสหายทรงคุณธรรมของพระองค์มาก่อนแล้ว

اللَّهُمَّ أَنْزِلْ عَلَيْنَا نَصْرَكَ عَاجِلا غَيْرَ آَجِلٍ
โอ้อัลลอฮฺ ! ขอพระองค์ทรงประทานความ ช่วยเหลือของพระองค์ให้แก่พวกเราอย่างรวดเร็วโดยไม่ชักช้า

اللَّهُمَّ مَنْ كَتَبَ أَوْ تَكَلَّمَ أَوْ بَذَلَ فِيْ نُصْرَةِ هَذَا الدِّيْنِ بِكَلِمَةٍِ فَانْصُرْهُ فِيْ أَهْلِهِ وَمَالِهِ وَوَلَدِهِ وَبَلَدِهِ
โอ้อัลลอฮฺ ! ผู้ใดที่บันทึกหรือกล่าวคำพูดหรือเสียสละในการส่งเสริมให้แก่ศาสนาของพระองค์ แม้เพียงกล่าวคำพูดเดียว ขอพระองค์ทรงช่วยเหลือสนับสนุนเขาในครอบครัวของเขา และทรัพย์สินของเขา และลูกหลานของเขา และประเทศของเขา

اللَّهُمَّ مَنْ كَتَبَ أَوْ تَكَلَّمَ أَوْ بَذَلَ فِيْ عَدَاوَةِ الدِّيْنِ بِشَيْءٍ فَاقْطَعْ دَابِرَهُ ، وَأَخْرِسْ لِسَانَهُ وَشُلَّ أَرْكَانَهُ وَاجْعَلْهُ عِبْرَةً لِلْمُعْتَبِرِيْن
โอ้อัลลอฮฺ ! ผู้ใดที่บันทึกหรือกล่าวคำพูด ใดๆ หรือพยายามในการเป็นศัตรูกับศาสนาของพระองค์ ขอพระองค์ทรงกำจัดหรือถอนรากถอนโคนเขาเสีย และทรงทำให้เขาเป็นใบ้และทรงทำให้เขาเป็นอัมพาตไร้ ความสามารถ
และทรงทำให้เขาเป็นอุทธาหรณ์แก่บรรดาผู้ที่รำลึกถึงอุทธาหรณ์

اللَّهُمَّ الْعَنِ الْكَفَرَةَ الَّذِيْنَ يُكَذِّبُوْنَ رُسُلَكَ وَيُحَارِبُوْنَ أَوْلِيَاءَك
โอ้อัลลอฮฺ ! ขอพระองค์ทรงสาปแช่งบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา ซึ่งปฏิเสธไม่เชื่อฟังบรรดาร่อซูลของพระองค์
และต่อต้านบรรดามิตรสหายผู้ทรงคุณธรรมของพระองค์

اللَّهُمَّ خُذْهُمْ أَخْذَ عَزِيْزٍِ مُقْتَدِرٍ ، وَاجْعَلْهُمْ عِبْرَةً لِمَنْ يَعْتَبِرْ
โอ้อัลลอฮฺ ! ขอพระองค์ทรงลงโทษพวกเขา ซึ่งการลงโทษแห่งผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงอานุภาพ
และทำให้พวกเขาเป็นบทเรียนแก่ผู้ที่พินิจพิจารณา (เพื่อเป็นบทเรียน)

اللَّهُمَّ مُنْزِلَ الكِتَابِ وَمُجْرِيَ السَّحَابِ وَهَازِمَ الأَحْزَابِ إِهْزِمْهُمْ وانْصُرْنَا عَلَيْهِمْ
โอ้อัลลอฮฺ ! พระผู้ทรงประทานคัมภีร์ และผู้ทรงให้เมฆหมอกเคลื่อนไปในท้องฟ้า พระผู้ทรงทำให้พวกพันธมิตรได้รับความปราชัย ขอพระองค์ทรงทำให้พวกมันพ่ายแพ้ และทรงทำให้พวกเราได้รับชัยชนะเหนือพวกมัน

اللَّهُمَّ انْصُرْ أَوْلِيَاءَكَ فِيْ كُلِّ مَكَانٍ . وَثَبِّتْهُمْ بِالقَوْلِ الثَّابِتِ فِيْ الْحَيَاةِ الدُّنْيَا وَفِيْ الآخِرَة
โอ้อัลลอฮฺ ! ขอพระองค์ทรงช่วยเหลือสนับสนุนบรรดามิตรสหายผู้ทรงคุณธรรมของพระองค์ในทุกสถานที่ และทรงให้พวกเขาหนักแน่นด้วยคำกล่าวที่มั่นคงในการมีชีวิตอยู่ทั้งในโลกนี้ และในปรโลก

วันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ซุลฮิจญะฮฺ

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

«مَا مِنْ أَيَّامٍ الْعَمَلُ الصَّالِحُ فِيهِنَّ أَحَبُّ إِلَى اللهِ مِنْ هَذِهِ الْأَيَّامِ الْعَشْرِ، فَقَالُوا يَا رَسُولَ اللهِ وَلَا الْجِهَادُ فِي سَبِيلِ اللهِ؟، فَقَالَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ: وَلَا الْجِهَادُ فِي سَبِيلِ اللهِ، إِلَّا رَجُلٌ خَرَجَ بِنَفْسِهِ وَمَالِهِ فَلَمْ يَرْجِعْ مِنْ ذَلِكَ بِشَيْءٍ»

"ไม่มีการปฏิบัติอามัลซอลิหฺวันใดที่อัลลอฮฺทรงรักยิ่งกว่าการปฏิบัติในสิบวันแรกของเดือนซุลฮิจญะฮฺ" มีผู้ถามขึ้นมาว่า "โอ้ท่านร่อซูล! แม้กระทั่งการญิฮาดในหนทางของอัลลอฮฺกระนั้นหรือ?" ท่านร่อซูลตอบว่า "แน่นอน แม้กระทั่งการญิฮาดในหนทางของอัลลอฮฺก็ตาม ยกเว้นแต่ผู้ที่ออกญิฮาดด้วยชีวิตและทรัพย์สินของเขา จากนั้นก็มิอาจกลับมาพร้อมกับทรัพย์สินดังกล่าวนั้น" บันทึกโดย บุคอรี และติรมิซี

จากซุนนะฮฺของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม

ثانياً في السنة النبوية : ورد ذكر الأيام العشر من ذي الحجة في بعض أحاديث الرسول صلى الله عليه وسلم التي منها : الحديث الأول : عن ابن عباس – رضي الله عنهما – أنه قال : يقول رسول الله صلى الله عليه وسلم : " ما من أيامٍ العمل الصالح فيها أحبُّ إلى الله من هذه الأيامِ ( يعني أيامَ العشر ) . قالوا : يا رسول الله ، ولا الجهادُ في سبيل الله ؟ قال : ولا الجهادُ في سبيل الله إلا رجلٌ خرج بنفسه وماله فلم يرجعْ من ذلك بشيء " ( أبو داود ، الحديث رقم 2438 ، ص 370 .

จากการบันทึกของอิมามบุคอรียฺและอบูดาวู้ด รายงานโดยท่านอิบนุอับบาสจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า “ไม่มีวันใดๆ การกระทำอันดีงามที่อัลลอฮฺทรงโปรดจะถูกกระทำในวันนั้นดีกว่าการกระทำสิ่งดีๆในบรรดาวันนี้(คือสิบวันแรกของซุลฮิจญะฮฺ)” ศ่อฮาบะฮฺได้กล่าวว่า “แม้กระทั่ง(ดีกว่า)การทำญิฮาดในหนทางของอัลลอฮฺกระนั้นหรือ” ท่านนบีตอบว่า “แม้กระทั่งการทำญิฮาด(หมายถึงจะไม่ดีกว่าการทำความดีในสิบวันแรกของซุลฮิจญะฮฺ) เว้นแต่ชายคนหนึ่งออก(จากบ้าน)ด้วยชีวิตและทรัพย์สิน(เพื่อทำญิฮาดในหนทางของอัลลอฮฺ) และไม่มีสิ่งใดจากนั้น(ชีวิตและทรัพย์สิน)ได้กลับมาเลย”

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ยังกล่าวอีกว่า "ไม่มีช่วงเวลาใดที่จะยิ่งใหญ่ หรือช่วงใดที่จะเป็นที่รักยิ่งของอัลลอฮฺผู้สูงส่ง มากยิ่งไปกว่าช่วงสิบวันเหล่านี้ ดังนั้นท่านจงเพิ่มเติมด้วยการกล่าวตะฮฺลีล(ลา อิลาฮา อิลลัลลอฮฺ) การตักบีร(อัลลอฮุอักบัร) และกล่าวตะฮฺมีด(อัลฮัมดุลิลลาฮฺ)" มุสนัด อิมามอะฮฺมัด

เหล่านี้เป็นบางส่วนของหลักฐานที่ระบุถึงความประเสริฐของสิบวันแรกแห่งซุลฮิจญะฮฺ หากเราจะรำลึกย้อนกลับไปช่วงเวลาพิเศษแห่งรอมฎอน หลายคนเสียใจและเสียดายกับช่วงเวลาอันมีคุณค่ามหาศาลได้ผ่านไป โดยที่ตนเองมิได้กอบโกยคุณค่าเหล่านั้น และมิอาจจะคาดได้ว่าจะมีโอกาสสัมผัสกับรอมฎอนอีกครั้งหรือไม่ ขณะนี้มาถึงแล้วอีกช่วงเวลาอันประเสริฐสุด เราขอเรียกร้องเพื่อการกอบโกยโอกาสทองนี้ประกอบอิบาดะฮฺของเรา เช่น การซิกรุลลอฮฺ การละหมาด การถือศีลอด ตรวจสอบตนเอง ขออภัยโทษ สำนึกผิดเตาบัตตัว เศาะดะเกาะฮฺ (บริจาคทาน) รวมถึงการงานซอลิฮฺอื่นๆ ให้สมบูรณ์ ให้งดงาม และเพิ่มพูนมากกว่าช่วงเวลาอื่นๆ

วันพุธที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

Ten Sicknesses of The Heart ---> 10ความอ่อนแอของจิตใจ

Ten Sicknesses of The Heart
1. You believe in the existence of Allah Ta'ala, but you do not fulfil his commands.
เราต่างเชื่อในการมีอยู่ของอัลลอฮฺตะอาลา หากแต่เราไม่ปฏิบัติตามพระบัญชาของพระองค์อย่างสมบูรณ์
2. You say you love the Holy Prophet Mohammed (Sallallahu 'alahi wasallam), but you do not follow his sunnah (ie, his example).
เราต่างกล่าวว่า “เรารักท่านนบีมูฮัมมัด (ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วัสลัม) หากแต่เราไม่ปฏิบัติตามซุนนะ (การดำเนินชีวิต) ของท่าน
3. You Read The Qur'an but you do not put it into practice.
เราต่างอ่านอัล กุรอาน หากแต่เราไม่นำสิ่งที่มีอยู่ในนั้นมาปฏิบัติ
4. You enjoy all the benefits from Allah Ta'ala, but you are not grateful to him.
เราต่างหลงใหลในสิ่งดีงามที่เราได้รับจากอัลลอฮฺตะอาลา หากแต่เราไม่ขอบคุณในความเมตตาของพระองค์
5. You acknowledge Shaytan as your enemy, but you do not go against him.
เราต่างรู้ดีว่าชัยฎอนคือศัตรูของเรา หากแต่เราไม่ต่อสู้กับมันอย่างแท้จริง (เรายอมให้มันควบคุมชีวิตเรา)
6. You want to enter paradise, but you do not work for it.
เราต่างต้องการที่จะเข้าสู่สวนสวรรค์ หากแต่เราไม่ทำอะไรเพื่อที่จะได้สัมผัสกับมันเลย
7. You do not want to be thrown into hell-fire, but you do not try to get away (ie, do good deeds).
เราต่างไม่ต้องการที่จะถูกโยนลงไปในไฟนรก หากแต่เราไม่พยายามที่จะหลีกห่างจากมัน (เช่น การปฏิบัติความดี)
8. You believe that every living-thing will face death, but you do not prepare for it.
เราต่างเชื่อว่าสิ่งมีชีวิตทุกสิ่งจะต้องพบกับความตาย หากแต่เราไม่เตรียมพร้อมกับมัน (ความตาย)
9. You gossip and find faults in others, but you forgot your own faults and mistakes.
เราต่างนินทาว่าร้าย และจับจ้องหาความผิดของผู้อื่น หากแต่เราลืมที่จะมองดูความเลวร้าย และความผิดพลาดของตัวเอง
10. You bury the dead, but you do not take a lesson from it.
เราต่างเคยฝังศพผู้ตาย (มาก่อน) หากแต่เรามิเคยตระหนัก และเรียนรู้จากมัน (ความตาย)
Source: IslamWay

วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2551

เส้นทางที่อัลลอฮฺรัก...

ในโลกนี้ อาจจะถือได้ว่าสิ่งที่มีอานุภาพยิ่งใหญ่ที่สุดนั้น คือ ความรัก ไม่ว่าจะเป็นความรักของพ่อแม่ ความรักระหว่างสามีภรรยา ความรักระหว่างเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
แต่ความรักที่ทรงอานุภาพมากที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุด คือ ความรักของอัลลอฮฺที่มีต่อบ่าวของพระองค์ เป็นความรักที่มนุษย์ทุกคนโหยหาและอยากได้ เพราะความรักของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา
เป็นความรักที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่าความรักใดๆ เป็นความรักที่จะทำให้มนุษย์ประสบแต่ความสุขในชีวิตและได้รับความคุ้มครองจากอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาอยู่ตลอดเวลา
ด้วยเหตุนี้มนุษย์จึงต้องพยายามหาทางที่จะทำให้อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลามอบความรักให้กับตน โดยต้องศึกษาให้รู้ว่าอะไรบ้างที่เป็นกุญแจสู่ความรักของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา
อันที่จริง ในอัลกุรอานมีระบุถึงคุณลักษณะต่างๆที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลารักอย่างมากมาย เช่น แท้จริงอัลลอฮฺทรงรักบรรดาผู้ยำเกรง บรรดาผู้ชอบความสะอาด บรรดาผู้ทำความดี เป็นต้น
แต่เพื่ออธิบายอย่างง่ายๆ ให้เห็นได้ชัดเจนมากขึ้น ท่านร่อซูลุลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม จึงได้กล่าวไว้ตอนหนึ่งมีความว่า “อัลลอฮฺได้ทรงมีดำรัสว่า ผู้ใดที่ทำร้ายวะลี (สหาย ผู้ใกล้ชิด คนรัก)
ฉัน แน่แท้ฉันว่าได้ประกาศต่อสู้กับเขา และไม่มีสิ่งใดที่บ่าวของฉันได้ทำเพื่อใกล้ชิดจะเป็นที่ชื่นชอบแก่ฉันมากไปกว่าสิ่งที่ฉันได้มอบหมายให้เขาทำ(หมายถึงศาสนกิจบังคับหรือฟัรฎู)
และบ่าวของฉันนั้นมีอุตสาหะในการเข้าใกล้(ภักดี)ฉันด้วยการปฏิบัติศาสนกิจต่างๆ ที่เป็นความสมัครใจ(ไม่ใช่ฟัรฎู) จนฉันรักเขา เมื่อใดที่ฉันรักเขาแล้ว ฉันจะเป็นหูของเขาที่เขาใช้ฟัง เป็นตาของเขาที่เขาใช้ดู
เป็นมือของเขาที่เขาใช้จับ และเป็นเท้าของเขาที่เขาใช้เดิน(เป็นการเปรียบเทียบซึ่งหมายถึงว่าอัลลอฮฺจะชี้นำเขาและดูแลอวัยวะส่วนต่างๆ ในร่างกายเขาให้ประพฤติปฏิบัติในทางที่ดีเท่านั้น)
ถ้าเขาขอจากฉันแน่แท้ฉันจะให้แก่เขา ถ้าเขาขอความคุ้มครองจากฉัน แน่แท้ฉันจะคุ้มครองเขา และไม่มีสิ่งใดที่ฉันทำอย่างลังเลเหมือนที่ฉันจะรับเอาชีวิตของผู้ศรัทธาที่ไม่ชื่นชอบความตายในขณะที่ฉันเองไม่อยากทำร้ายเขา” (รายงานโดย อัล-บุคอรียฺ)
ประเด็นที่สำคัญในหะดีษข้างต้นคือ กุญแจแห่งความรักของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาต่อมนุษย์ผู้หนึ่งนั้น อยู่ที่การปฏิบัติภารกิจต่างๆ ที่พระองค์ทรงใช้ให้ครบถ้วน และเสริมด้วยการปฏิบัติศาสนกิจและความดีอื่นๆ ที่เป็นสุนัต (คือทำโดยสมัครใจไม่ใช่ศาสนกิจบังคับ)
เมื่อสามารถรักษาการปฏิบัติศาสนกิจและอามัลฺได้ดังนี้ ก็จะเป็นที่รักของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาซึ่งพระองค์จะคอยช่วยดูแลและกำกับให้เขาพบแต่สิ่งที่ดีและปลอดพ้นจากความเลวร้ายต่างๆ ในชีวิต
ความรักของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลานั้นยิ่งใหญ่นัก เพราะเมื่อพระองค์รักผู้ใดพระองค์จะทรงทำให้สรรพสิ่งอื่นทั้งหมดรักคนผู้นั้นด้วยเช่นกัน เช่นที่ท่านร่อซูลุลลอ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม ได้กล่าวไว้มีความว่า ”
“เมื่อใดที่อัลลอฮฺรักผู้หนึ่งผู้ใดแล้ว พระองค์จะตรัสกับญิบรีลว่า ฉันได้รักคนผู้นี้แล้ว ดังนั้นเจ้าจงรักเขาด้วย ญิบรีลก็จะรักเขาผู้นั้น แล้วญิบรีลก็จะป่าวประกาศแก่มลาอิกะฮฺทั้งหลายบนฟ้าว่า แท้จริงอัลลอฮฺได้รักคนผู้นี้ดังนั้นพวกเจ้าก็จงรักเขาด้วย มลาอิกะฮฺทั้งหมดก็จะรักเขา
แล้วอัลลอฮฺก็จะทรงกำหนดการตอบรับจากชาวโลกให้แก่เขา” ” (รายงานโดย อัล-บุคอรียฺ และมุสลิม)
มุสลิมจึงต้องเพียรพยายามเพื่อหาความรักของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาอย่างจริงจังเพื่อจะได้รับความดีงามนี้

วันพุธที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2551

สตรีในอิสลาม.......อยากสวยทำอย่างไร?

1. ตกแต่งดวงตาน้อยๆของเธอด้วยการลดสายตาให้ต่ำลง

2. ทาริมฝีปากอันบอบบางของเธอด้วยลิปสติกยี่ห้อ الصدق (การพูดจริง)

3. ใช้เมคอัพ (make up) ยี่ห้อ الحياء. (ความอาย)..แปะลงบนแก้มทั้งสองของเธอ

4. ใช้สบู่ الاستغفار (การขออภัยโทษ) เพื่อขจัดสิ่งสกปรกชั่วร้ายออกจากร่างกายของเธอ

5. บำรุงหัวใจของเธอให้แข็งแรงด้วยสมุนไพร ตักวา التقوي (การยำเกรง)

6. ปกป้องผมสวยของเธอด้วยแชมพู ฮีญาบ حجاب เพื่อผมของเธอดูเงางามตลอดเวลา

7. สวมถุงมือแห่งความขยันเพื่อมืออันบอบบางของเธอ

8. แขวนสร้อยคอแห่งการให้อภัยลงบนคอของเธอ

9. ใส่เสื้อผ้ากระโปรงที่ตัดจากร้านอิสลามบูติค تصميم الاسلام

10.เพื่อให้ใบหน้าของเธอดูอ่อนวัยใช้ครีมยี่ห้อ الابتسامة (การยิ้ม) ทั้งนี้เพื่อให้เธอเป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบ ทั้งกายและจิตใจ พร้อมที่จะเป็นกระดูกสันหลัง ของครอบครัวต่อไป ก็ขอฝากถึงเหล่าผู้หญิงทุกคนว่ากรุณาอย่าช้าเพราะสินค้าเหล่านี้หาได้ยากในปัจจุบัน มีจำนวนไม่จำกัด ผลิตและจำหน่ายโดย
บริษัท อิสลาม (มหาชนจำกัด)........อิอิ

จาก http://sapa.darunsat.ac.th/modules/news/article.php?storyid=20

วันเสาร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2551

นิทานเรื่องผ้าขี้ริ้วสองผืน

นิทานเรื่อง ผ้าขี้ริ้วสองผืน
เรื่องมีอยู่ว่าที่บ้านจะมีผ้าขี้ริ้วหลายผืน แต่จะหยิบมาใช้ทีละ 2 ผืน (อย่างต่ำ)เพื่อว่า .. ผืนหนึ่งเอาไว้เช็ด

สิ่งที่ไม่ใช่น่ายิส เช่นน้ำเปล่า แกง หรือคราบอื่น ๆ อีกผืนหนึ่งเอาไว้เก็บกวาดความเรี่ยราดของแมวที่ส่วนมากเป็นน่ายิส ซึ่งผืนนี้บางครั้งเราก็พบว่ามันสกปรกไม่น่าหยิบจับกว่าผืนแรกแต่เมื่อคืนวันผ่านไป ...
...ใช้ไปใช้มาจะพบว่า ผ้าที่ขาว .. และสะอาดกว่าคือ ผ้าผืนที่สองเป็นเพราะว่า ผ้าผืนแรกที่ใช้งานไม่ค่อยสมบุกสมบันนัก จะผ่านการซักน้อยครั้งตรงข้ามกับผ้าที่เช็ดน่ายิส .. เมื่อนำไปใช้แล้วเราจำเป็นต้องซักมันทันที ซักบ่อยครั้งและซักด้วยความละเอียดด้วย...
...เพราะฉะนั้นเรื่องราวของผ้าขี้ริ้วนี้ไม่สอนอะไรนอกจากว่า เราไม่สามารถจะกล่าวได้เลยว่า
...คนที่เกิดมาแล้วมีชีวิตที่ดีตามแบบอิสลามนั้น ดีกว่า คนที่เกิดขึ้นมาเพื่อต่อสู้ให้ได้อิสลาม...
กล่าวไม่ได้เลยว่า
...คนที่เกิดมาท่ามกลางความดี จะดีกว่าคนที่เกิดมาท่ามกลางสังคมเลวร้าย...
สิ่งสำคัญคือการขัดเกลา การซักล้าง ซึ่งเกิดจากการรับรู้ถึงความสกปรกของหัวใจตนเองต่างหาก
ซึ่งคนที่คิดว่าหัวใจตนเองสะอาดดีแล้วนั่นล่ะจะประสบความเสียหาย...
...............คนที่ดีคือคนที่เตาบัตตนเองตลอดเวลา.................
คัดลอกจากเวบ http://islaminside.com/